บทความ จาก คุณจุฬาลักษณ์ พูลสวัสดิ์ เนติบัณฑิต รุ่น 64

ขอขอบพระคุณทางคณะผู้จัดทำเวบไซต์ " Thai law Consult " ที่กรุณาให้เกียรติดิฉันในการแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับการเรียนกฎหมายและการเป็นเนติบัณฑิตสมัยที่ 64 ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าดิฉันจะได้มีโอกาสรับใช้และเป็นส่วนหนึ่งในการตอบปัญหาทางด้านกฎหมายจากวิชาความรู้ที่มีเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการผ่านทางเวบไซต์นี้อย่างเต็มกำลังความสามารถ เหมือนที่ดิฉันตั้งใจไว้ว่าจะนำความรู้ที่ได้มาในชีวิตนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป

ประวัติส่วนตัว

สวัสดีค่ะก่อนอื่นดิฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ดิฉันชื่อนางสาวจุฬาลักษณ์ พูลสวัสดิ์ค่ะ ชื่อเล่นว่าปาล์ม จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ก่อนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทโดยได้รับทุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสภายใต้ชื่อทุนว่า "EIFFEL" ทางด้านกฎหมายมหาชน เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญจากมหาวิทยาลัย Aix-Marseille III, Aix-en-Provence ประเทศฝรั่งเศส และจบทางด้านประกาศนียบัตรพิเศษกฎหมายเปรียบเทียบระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเดียวกันนี้ในปีพุทธศักราช 2553 โดยได้คะแนนระดับเกียรตินิยมทั้งสองปริญญาบัตร หลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศดิฉันจึงเข้าศึกษาต่อในระดับเนติบัณฑิตและสำเร็จเป็นเนติบัณฑิตในปีพุทธศักราช 2554

เส้นทางสู่ความเป็นนักกฎหมาย

การเป็นนักกฎหมายดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวดิฉันเหลือเกินเพราะดิฉันมีความถนัดและมีความชอบทางด้านภาษา ไม่วาจะเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศสเนื่องด้วยดิฉันได้เลือกเรียนในโปรแกรมศิลป์-ฝรั่งเศส ในระดับมัธยมศึกษาและมีความตั้งใจเสมอมาที่จะเข้าศึกษาต่อในคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ แต่แล้วอาจจะเป็นลิขิตที่ทำให้ชีวิตของดิฉันพลิกผันมาเรียนกฎหมายเมื่อคุณพ่อของดิฉันบอกว่าคนเราเกิดมาต้องหาโอกาสตอบแทนคุณแผ่นดิน และวิชากฎหมายจะทำให้เรามีโอกาสในการช่วยเหลือคนอื่นได้มาก และเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้อย่างแท้จริง การตัดสินใจมาเรียนกฎหมายของดิฉันจึงเกิดจากการจุดประกายของคุณพ่อซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีในชีวิตของดิฉันเสมอมา และเป้าหมายหนึ่งเดียวที่ดิฉันมีคือ ต้องเป็นผู้พิพากษาในชีวิตนี้ให้ได้

เมื่อการเอนทรานซ์มาถึงดิฉันจึงเลือกที่จะเข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้เลือกไปเพียงคณะเดียว และปรากฏว่าดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่สอบติดที่คณะนี้ ยังความปลาบปลื้มใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก

หนทางที่ไม่ง่ายดาย

การสอบเอนทรานซ์ที่ว่ายากนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความยากในการเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำหรับดิฉันแล้วการเรียนกฎหมายช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นเนื่องด้วยมีความถนัดทางด้านการใช้ภาษาทางด้างวรรณศิลป์หาใช่การเขียนตอบกฎหมายที่ต้องใช้ทั้งหลักและเหตุผล ทำให้ในช่วงแรกของการศึกษาดิฉันมีความเครียดและประสบกับปัญหาสุขภาพมากมายจนมีหลายครั้งที่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเรามาเรียนกฎหมายเพื่อใคร หรือเพื่ออะไร แต่คุณพ่อและคุณแม่ของดิฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้ดิฉันเสมอโดยท่านสอนให้ดิฉันคิดนอกเหนือไปจากตัวเอง ให้มานะพยายามในการเอาชนะทั้งตัวเองและวิชากฎหมายให้ได้ ทั้งให้กำลังใจทุกอย่างเพื่อให้ดิฉันสามารถผ่านวันเวลาที่ยากและเหนื่อยกับการเรียนมาได้

เมื่อค้นพบตัวเอง

การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นหล่อหลอมให้ดิฉันเป็นนักกฎหมายวันแล้ววันเล่าจนความยากในตอนแรกและความเครียดทั้งหมดค่อยๆลดน้อยตามวันเวลาที่ดิฉันได้ซึมซับจิตวิญญาณของกฎหมายและความเป็นนักกฎหมายที่ดี อาจารย์ผู้สอนในรั้วมหาวิยาลัยแห่งนี้เป็นต้นแบบแห่งการรับใช้สังคมที่เป็นภาพประทับในใจของดิฉันตามวันเวลาที่ได้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ดิฉันมาค้นพบตัวเองว่าดิฉันชอบและถนัดทางด้านกฎหมายมหาชนในปีที่3 ของการศึกษาในรั้วธรรมศาสตร์ ดิฉันจึงเลือกเรียนกฎหมายมหาชนเป็นวิชาโทและจบมา โดยได้รับประกาศนียบัตรพิเศษทางด้านกฎหมายมหาชน เมื่อสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใกล้จะจบลง ดิฉันมีทางเดินให้เลือกที่นำพามาสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดหมายมาก่อน

ทุนรัฐบาลฝรั่งเศส "EIFFEL" (ทุนไอเฟล)

เมื่อใกล้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทางสถานทูตฝรั่งเศสได้มีการจัดประชาสัมพันธ์ทุนรัฐบาลฝรั่งเศสภายใต้ชื่อทุนว่า "ไอเฟล" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รายละเอียดของทุนดังกล่าวคือ  การให้ทุนแก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่นจากหลายประเทศทั่วโลกให้เข้าทำการศึกษาต่อทางด้านกฎหมายในมหาวิทยาลัยกฎหมายที่มีชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศสโดยจะทำการคัดเลือกนักศึกษาจากผลการศึกษา รายงานแผนความคิดหรือเค้าโครงวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา นอกจากนี้ผู้ที่ต้องการจะได้รับทุนดังกล่าวต้องมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในระดับที่ดีเยี่ยม และหากมีความรู้ภาษาฝรั่งเศสด้วยจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

ขั้นตอนการพิจารณาทุน นักศึกษาที่ยื่น Profile เพื่อขอรับทุนไอเฟลจะต้องผ่านการคัดเลือกจากสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และหากผ่านการคัดเลือกจากด่านนี้แล้ว โปรไฟล์จะถูกส่งไปยังมหาวิทยาลัยในประเทศฝรั่งเศสเพื่อรับการคัดเลือกอีกครั้งจากบรรดาโปรเฟสเซอร์ของมหาวิทยาลัยนั้นว่าจะรับนักศึกษาที่สมัครเข้ารับทุนเข้าศึกษาต่อหรือไม่ หากนักศึกษาคนใดที่ได้รับเลือกจากทางมหาวิทยาลัยในประเทศฝรั่งเศสให้เข้าศึกษาต่อ  โปรไฟล์ของนักศึกษาคนดังกล่าวก็จะถูกส่งไปยังคณะกรรมการพิจารณาทุนไอเฟลซึ่งจะทำการคัดเลือกนักศึกษาที่มีผลการเรียนที่ดีที่สุดจากหลายพันคนทั่วโลกให้เหลือเพียงไม่กี่คน เพื่อจะมอบทุนรัฐบาลฝรั่งเศสให้กับนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือก

ความฝันที่เป็นความจริง

เนื่องจากดิฉันมีความคิดว่าการเรียนกฎหมายนั้นหาใช่ว่าการรู้กฎหมายไทยอย่างเดียวจะเพียงพอไม่ การรู้กฎหมายต่างประเทศด้วยคงช่วยเราในการพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้มากอีกทางหนึ่ง ตามสุภาษิตโบราณที่ว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งก็ย่อมชนะร้อยครั้ง ดิฉันจึงตัดสินใจสมัครทุน ไอเฟล เพื่อที่จะไปทำการศึกษาต่อในด้านกฎหมายมหาชนที่ตัวเองถนัด โดยดิฉันเลือกมหาวิทยาลัย AIX-Marseille III

ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสเพราะดิฉันทราบมาว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีอาจารย์ทางด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศสอยู่นั่นก็คือ ท่านโปรเฟสเซอร์ LOUIS Favoreu
และก็คงเป็นลิขิตอีกครั้งที่ดิฉันได้รับการคัดเลือกให้ได้รับทุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้ไปทำการศึกษาต่อในระดับปริญญาโททางด้านกฎหมายมหาชน โดยดิฉันเป็นนักศึกษาเพียงคนเดียวที่ได้รับคัดเลือกจากนักศึกษา 3000 คนทั่วโลกให้ได้รับทุนดังกล่าวซึ่งยังความปลาบปลื้มใจให้แก่ครอบครัวอย่างมาก ชีวิตหลังจากการได้รับทุนจึงเป็นชีวิตที่ต้องไปอยู่เมืองนอกคนเดียวและการผจญโลกในต่างแดนก็เริ่มขึ้น

การเรียนกฎหมายในประเทศฝรั่งเศส

การเรียนกฎหมายในประเทศฝรั่งเศสนั้นแตกต่างกับการเรียนกฎหมายในประเทศไทยโดยสิ้นเชิงเพราะการเรียนกฎหมายที่ฝรั่งเศสเน้นในด้านการมีส่วนร่วมของนักศึกษา การคิดวิเคราะห์และการวิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งกระบวนการเรียนการสอนทั้งหมดนี้สร้างความวิตกกังวลกับดิฉันไม่น้อยเพราะทุกอย่างล้วนใหม่สำหรับดิฉันทั้งสิ้นประกอบกับอุปสรรคด้านภาษาที่มีความซับซ้อนและแตกต่างจากภาษาอังกฤษค่อนข้างมาก  แต่โชคดีเหลือเกินที่เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้คอยให้ความช่วยเหลือแนะนำดิฉันเป็นอย่างดี ประกอบกับดิฉันได้เจอโปรเฟสเซอร์ที่ใจดีและเข้าใจคนไทยตัวเล็กๆอย่างดิฉันทำให้วันคืนที่ดูเหมือนเต็มไปด้วยปัญหาอุปสรรคกลับกลายเป็นวันคืนที่เปี่ยมด้วยความสุข รอยยิ้ม และความทรงจำ
อย่างไรก็ตามเมื่อได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในประเทศฝรั่งเศสแล้ว ดิฉันก็มีความคิดว่าเราควรจะเรียนเพิ่มเติมอีกเพราะการเรียนปริญญาโทใบแรกนั้นเป็นการเรียนเป็นภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น ดิฉันจึงสมัครเรียนประกาศนียบัตรใบที่สองซึ่งทำการเรียนการสอนเป็นภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษด้วย ประกาศนียบัตรใบที่สองนี้มีชื่อว่า "กฎหมายเปรียบเทียบระหว่างประเทศ" ซึ่งจะมีโปรเฟสเซอร์จากทั่วโลกสลับสับเปลี่ยบกันมาสอน ซึ่งทำให้เรามองได้กว้างและลึกอย่างแท้จริง

ปริญญากฎหมายและปริญญาชีวิต

สองปีในประเทศฝรั่งเศสอาจจบลงแล้วพร้อมกับ Master degree อีกสองใบ แต่ปริญญาชีวิตกำลังเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อดิฉันต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะเรียนต่อ ดอกเตอร์ หรือกลับมาทำความฝันที่อยากเป็นผู้พิพากษา ให้สำเร็จ การตัดสินใจครั้งนี้อาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปตลอดกาล แต่แล้วเสียงหนึ่งที่ดังชัดมาในชีวิตเสมอก็กลับมาก้องดังอีกครั้ง คือ ต้องกลับเมืองไทย เพื่อไปรับใช้ประชาชน

หนทางสู่ความเป็นเนติบัณฑิต

ดิฉันเดินทางกลับมาประเทศไทยด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นเนติบัณฑิตในปีเดียวให้ได้ จึงได้ลงทะเบียนเรียนเนติบัณฑิตในทันทีที่ลงจากเครื่องบินในเดือนสิงหาคมพุทธศักราช 2553 ซึ่งขณะนั้นเหลือเวลาในการเตรียมตัวสอบเนติบัณฑิตเพียงหนึ่งเดือนเพราะจะจัดสอบในเดือนกันยายน ในกลุ่มวิชากฎหมายแพ่งและอาญา ดิฉันเห็นคำบรรยายที่มากมายและเวลาที่เหลืออยู่ก็เกิดความท้อแท้อีกครั้ง เพราะการไปเรียนต่างประเทศทำให้ร้างจากกฎหมายไทยไปเสียเนิ่นนาน ทั้งกฎหมายก็ได้มีการแก้ไขชำระใหม่หลายบทมาตราโดยเฉพาะกฎหมายอาญา ดิฉันทำอะไรไม่ถูกเลยในตอนแรกจึงได้แต่นั่งสมาธิเพื่อเรียกสติและกำลังใจกลับคืนมา

เมื่อดิฉันตั้งสติได้แล้วจึงตัดสินใจที่จะสอบในกลุ่มวิชากฎหมายอาญาเพียงกลุ่มวิชาเดียว จึงเริ่มทำการดูตัวบท ท่องมาตรา และอ่านคำบรรยายของทุกอาจารย์เพื่อดูว่าอาจารย์แต่ละท่านได้บรรยายในเรื่องใดบ้าง มีขอบเขตเนื้อหาเพียงใด และพยายามดูว่าอาจารย์เน้นจุดใด เมือวันสอบมาถึงดิฉันก็สวดภาวนาตามศาสนาที่ดิฉันนับถือก่อนการเข้าห้องสอบ และคิดว่าเราต้องทำให้ได้ ปรากฏว่าดิฉันสอบผ่านทันทีในการสอบครั้งนี้ทำให้มีขวัญและกำลังใจขึ้นมามาก  สำหรับการสอบในกลุ่มกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา รวมทั้งกลุ่มกฎหมายแพ่ง ดิฉันก็ใช้หลักการอย่างเดียวกัน นั้นก็คือการดูตัวบทเป็นหลัก ท่องจำให้ได้ และอ่านคำบรรยายเพื่อที่จะรู้ในสิ่งที่อาจารย์ได้บรรยายมาตลอดภาคการศึกษา อันที่จริงแล้วดิฉันเข้าเรียนน้อยมาก เพราะหลังจากกลับจากต่างประเทศแล้วดิฉันประสบกับปัญหาโรคภูมิแพ้อากาศ ซึ่งก่อปัญหาให้ดิฉันไม่น้อย ดิฉันจึงต้องกลับมาอยู่ที่บ้านที่ต่างจังหวัดและรับคำบรรยายทางไปรษณีย์

ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาที่สำนักอบรมเนติบัณฑิตยสภาดิฉันก็ไม่ได้ทำงานใดๆเพราะต้องการเรียนให้จบภายในแผนที่วางไว้ และแล้ววันแห่งความสำเร็จก็มาถึงเมื่อดิฉันได้รับพระราชทานประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตรุ่นที่ 64 เป็นวันที่ดิฉันภูมิใจมากอีกวันหนึ่ง

ขณะนี้ดิฉันกำลังเตรียมตัวสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาสนามใหญ่ที่ใกล้จะถึง คงเป็นช่วงเวลาที่ดิฉันต้องมุมานะพยายามอีกครั้ง เพื่อจะนำวิชาชีพกฎหมายออกไปรับใช้สังคมตามที่ดิฉันตั้งใจมาตลอดในชีวิตของการเรียนกฎหมาย

คำขอบคุณ

ความสำเร็จทุกอย่างในชีวิตคงเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดคุณพ่อคุณแม่ที่รักและคอยดูแลทุกก้าวย่างของชีวิต
คุณครูทุกท่านผู้เป็นบูรพคณาจารย์ที่ไม่เพียงแต่อบรมความรู้แต่ได้ปลูกคุณธรรมลงในใจของดิฉันด้วย
เพื่อนทุกคนที่รักและเชื่อมั่นในตัวดิฉันเสมอมา
กับทั้งสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ดิฉันเคารพนับถือ

สุดท้ายนี้ดิฉันอยากเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ผ่านมาและได้อ่านเรื่องราวทุกอย่างในชีวิตของดิฉันให้สู้กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อธำรงไว้ซึ่งคุณธรรมในการเป็นนักกฎหมายที่ดี รักษาประโยชน์ส่วนรวมให้มากกว่าประโยชน์ส่วนตน และอยากให้ทุกท่านตระหนักว่าหากสังคมเป็นสุขเราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมก็จะเป็นสุขด้วย

หากท่านผู้ใดมีความสนใจที่จะสอบถามดิฉันในเรื่องใดๆสามารถติดต่อได้ที่คุณพงษ์รัตน์และหากท่านผู้ใดที่สนใจรายละเอียดของทุนไอเฟลสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.egide.asso.fr/eiffel
และบทความของดิฉันเกี่ยวกับชีวิตในประเทศฝรั่งเศส www.campasfrace.org

จุฬาลักษณ์ พูลสวัสดิ์

 

บทความ จากรุ่นพี่เนติบัณฑิต