ปรึกษาคดีกับทนาย

 

เรื่องที่ 42      ถ้ากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ห้ามรับจ้างหรือให้เช่า
เมื่อเกิดเหตุ บริษัทประกันต้องรับผิดชอบหรือไม่

               

                    เมื่อวานนี้ ThaiLawConsult ได้ออกอากาศเรื่องที่ 41 "รถตู้ ปราจีนบุรี - อนุสาวรีย์ชัย ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ผู้โดยสารเสียชีวิต ใครต้องรับผิดชอบ"

                    วันนี้ ญาติของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ได้โทรศัพท์และส่งอีเมล์มาถามทีมทนาย Thai Law Consult ซึ่งรวมตัวกันอยู่ที่ สนง.ทนายความสมปราถน์และเพื่อน อาคารพิบูลย์คอนโดวิลล์ ชั้น 5 ซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 44 บางซื่อ กทม. เพื่อให้คำปรึกษาคดีแก่ยี่ปั๊วค้าสลากกินแบ่งรายหนึ่งที่ถูกด๊อกเตอร์คนหนึ่งร่วมกับพวกฉ้อโกงทรัพย์ โดยหลอกว่าจะขายทองคำแท่งในราคาถูก

                    เมื่อเราได้รับอีเมล์ จึงรีบตอบคำถามทางโทรศัพท์แล้ว และเห็นว่าเรื่องนี้มีประโยชน์ต่อการศึกษากฎหมายของประชาชน จึงเรียบเรียงมาลงไว้

ถาม - ถ้ารถตู้ ปราจีนบุรี - อนุสาวรีย์ชัย มีกรมธรรม์ประเภท 3 ที่มีข้อความว่า "ห้ามรับจ้างหรือให้เช่า" บริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบหรือไม่

หลักกฎหมาย ป.พ.พ.

มาตรา 887 อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ

บุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ตนควรจะได้นั้นจากผู้รับประกันภัยโดยตรง แต่ค่าสินไหมทดแทนเช่นว่านี้ หาอาจจะคิดเกินไปกว่าจำนวนอันผู้รับประกันภัยจะพึงต้องใช้ตามสัญญานั้นได้ไม่ ในคดีระหว่างบุคคลผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัยนั้น ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วย

อนึ่ง ผู้รับประกันภัยนั้นแม้จะได้ส่งค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ก็ยังหาหลุดพ้นจากความรับผิดต่อบุคคลผู้ต้องเสียหายนั้นไม่ เว้นแต่ตนจะพิสูจน์ได้ว่าสินไหมทดแทนนั้นผู้เอาประกันภัยได้ใช้ให้แก่ผู้ต้องเสียหายแล้ว

ตอบ - ขอตอบตามฎีกาดังนี้ หากสัญญาประกันภัยค้ำจุน มีข้อยกเว้นบางประการที่ทำให้ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิด ย่อมใช้กับบุคคลภายนอกด้วย เว้นแต่ ข้อยกเว้นนั้นจะขัดต่อกฎหมาย

ดังนั้น ตามที่ถามมา ถ้ากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ห้ามรับจ้างหรือให้เช่า เมื่อเกิดเหตุ บริษัทประกันภัย "ไม่ต้อง" รับผิดชอบ

ThaiLawConsult ขอนำฎีกาที่ 168/2532 มาตอบคำถามดังนี้

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2532

ป.พ.พ. มาตรา 861, 867, 887 

          จำเลยที่ 2 นำรถยนต์คันเกิดเหตุไปประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ 3 ตามกรมธรรม์ประกันภัย มีข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในกรณีการใช้รถยนต์คันดังกล่าว คือ ห้ามรับจ้างหรือให้เช่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ใช้รถยนต์คันดังกล่าวไปรับจ้างบรรทุกของโดยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับขี่ แล้วจำเลยที่ 1 ไปทำละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัย เช่นนี้ความรับผิดของจำเลยที่ 3 ที่มีต่อโจทก์ต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกันภัยค้ำจุนดังกล่าว ข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามกรมธรรม์ประกันภัยมีผลใช้บังคับได้ จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 2 ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย และมีสิทธิยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์  

________________________________ 

          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ต.ก. 04119 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุก 10 ล้อคันหมายเลขทะเบียน 80-0023 สุโขทัย ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวของจำเลยที่ 2 ในลักษณะประกันภัยค้ำจุน จำเลยที่ 1 ได้ขับขี่รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 ชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหายโจทก์ผู้รับประกันภัยได้ชำระค่าซ่อมแล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 12,300 บาท กับดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การว่า เหตุชนกันไม่ใช่ความผิดของจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่าในขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ขับขี่นำไปรับจ้างบรรทุกของซึ่งเป็นการผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1และที่ 2 ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 12,300 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า จำเลยที่ 2 นำรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 2 ไปประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ 3เป็นการประกันภัยรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.2 ข้อ 2.11.1 มีข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดในกรณีการใช้ตามที่ระบุยกเว้นเพิ่มเติมไว้ในตารางตามรายการที่ 7 คือห้ามรับจ้างหรือให้เช่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ใช้รถยนต์คันเกิดเหตุไปรับจ้างบรรทุกของโดยให้จำเลยที่ 1เป็นผู้ขับขี่ แล้วจำเลยที่ 1 ไปทำละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ปัญหามีว่าจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยจะยกข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามสัญญาข้างต้นขึ้นต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อันจะมีผลให้จำเลยที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยอาศัยมูลหนี้ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ความรับผิดของจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยที่มีต่อโจทก์จึงต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาดังกล่าว ฉะนั้น จำเลยที่ 3 ย่อมยกข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามสัญญาขึ้นต่อสู้กับโจทก์ได้ เว้นแต่ข้อยกเว้นนั้นจะขัดต่อกฎหมาย ข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.2 ข้อ 2.11.1 ที่กำหนดไว้ว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดในกรณีการใช้ตามที่ระบุยกเว้นเพิ่มเติมไว้ในตารางตามรายการที่ 7 คือ ห้ามรับจ้างหรือให้เช่านั้น ไม่ขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด เพราะเป็นแต่เพียงเงื่อนไขที่กำหนดไว้เพื่อไม่ให้จำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยใช้รถยนต์คันเกิดเหตุไปรับจ้างหรือให้เช่าซึ่งเป็นการใช้มากไปกว่าการใช้บรรทุกส่วนบุคคลอันจะทำให้จำเลยที่ 3 ต้องเสี่ยงภัยมากขึ้น ข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกดังกล่าวจึงใช้บังคับได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ใช้รถยนต์คันเกิดเหตุไปรับจ้างบรรทุกของอันเป็นการผิดเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 2 ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวและจำเลยที่ 3 มีสิทธิยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ จำเลยที่ 3ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ฎีกาจำเลยที่ 3 ในปัญหานี้ฟังขึ้นคดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาเรื่องค่าเสียหายตามฎีกาจำเลยที่ 3อีกต่อไป"

          พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์  

( เกียรติ จาตนิลพันธุ์ - บุญส่ง คล้ายแก้ว - พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ )

 

จำไว้ว่า ... รถตู้ส่วนบุคคล และรถบรรทุกส่วนบุคคล หากนำไปวิ่งรับส่งผู้โดยสารหรือบรรทุกรับจ้าง อาจมีปัญหาได้ ถ้าในสัญญาหรือกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อความที่บ่งไว้ว่า "ใช้บรรทุกส่วนบุคคล ห้ามรับจ้างหรือให้เช่า"

ดังนั้น การนำรถตู้ หรือรถบรรทุกส่วนบุคคล ไปใช้มากไปกว่าการใช้ส่วนบุคคล อันจะทำให้ผู้รับประกันภัยต้องเสี่ยงมากขึ้น ข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกดังกล่าว จึงใช้บังคับได้