ปรึกษาคดีกับทนาย

 

เรื่องที่ 29-1      ตัวอย่างคำฟ้อง ถอนคืนการให้ เพราะเหตุเนรคุณ

               

                    ปลายปี 2555 พี่ตุ๊กตา ไปยื่นคำร้องกันส่วนคดีหนึ่งที่ศาลจังหวัดสระบุรี ในห้องพิจารณาคดีวันนั้น มีนัดหลายคดี มีคดีหนึ่ง ย่าฟ้องถอนคืนการให้ เพราะเหตุหลานสาวเนรคุณ ทั้งทนายความของย่า และย่า ค่อนข้างมีอายุมากแล้ว แต่คดีนั้น หลานขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาในวันพิจารณา

                    วันนี้ คุณป้าท่านหนึ่ง ท่านเคยเป็นภรรยาของอดีตรัฐมนตรี โทรมาปรึกษาพี่ตุ๊กตา ทนายณุมาพร พัฒนพงศธร น.บ.ท.64 ว่าจะถอนคืนการให้จากหลานย่า เพราะหมิ่นประมาท ตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) ทนาย Thai Law Consult จึงช่วยกันเรียบเรียงคำฟ้องนี้เพื่อประโยชน์ในการศึกษากฎหมายของประชาชน

 

ตัวอย่าง คำฟ้อง ถอนคืนการให้ เพราะเหตุเนรคุณ

          ข้อ 1. โจทก์เป็นย่าของจำเลย

          เดิมโจทก์เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนด.......... เลขที่ดิน.......... แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ............. โจทก์ตกลงให้ที่ดินดังกล่าวแก่จำเลยโดยเสน่หา จำเลยรับการยกให้ และโจทก์ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการให้ที่ดินดังกล่าวแก่จำเลยแล้ว ตามสำเนาหนังสือสัญญาให้ และสำเนาโฉนดที่ดิน เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข 1 และ 2

          ข้อ 2. ต่อมาเมื่อวันที่.......... จำเลยได้กล่าวว่าโจทก์ว่า "ย่าแก่แล้ว พูดจากลับกลอก ไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่น่าเป็นแม่ของพ่อผมเลย ผมไม่มีย่าแบบนี้ คนแบบนี้ควรไปขอทานอยู่แถวสะพานลอย สี่แยกเกษตร" ซึ่งถ้อยคำที่จำเลยกล่าวนั้น มีความหมายอยู่ในตัวว่า แม้โจทก์จะมีอายุเกือบ 80 ปีแล้ว ก็มีนิสัยไม่ต่างอะไรกับเด็กๆ ที่เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ พูดจาไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งเท่ากับประนามโจทก์และลดคุณค่าความเป็นคนของโจทก์ การที่จำเลยด่าโจทก์ว่า "ไม่น่าเป็นแม่ของพ่อผมเลย ผมไม่มีย่าแบบนี้ และได้ไล่ให้โจทก์ไปขอทานแถวสะพานลอยสี่แยกเกษตร" เท่ากับจำเลยประนามโจทก์ว่าเป็นคนเลวจนเป็นแม่ของพ่อจำเลยและเป็นย่าของจำเลยไม่ได้ เท่ากับจำเลยไม่มีย่าเสียดีกว่าให้โจทก์เป็นย่าของจำเลย การที่จำเลยให้โจทก์ไปขอทานอยู่แถวสะพานลอยสี่แยกเกษตร เท่ากับว่า โจทก์ไม่มีลูกหลานคอยเลี้ยงดูตอนโจทก์แก่ชรา         ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาทั้งหมดดังกล่าวนั้น เป็นถ้อยคำที่หมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง อันเป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ ซึ่งโจทก์ชอบที่จะถอนคืนการให้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2)

          ข้อ 3. โจทก์ได้มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยให้คืนที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ ซึ่งจำเลยได้รับไว้แล้ว แต่เพิกเฉย ปรากฏตามหนังสือบอกกล่าว และใบตอบรับไปรษณีย์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 และ 4

          อนึ่ง ที่ดินดังกล่าวมีราคาประเมิน เป็นเงิน 5,500,000 บาท

          โจทก์ไม่มีทางใดที่จะบังคับจำเลยได้ จึงได้ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งต่อไป

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด