Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna...
เว็บ TLC เผยแพร่บทความเพื่อเป็นความรู้แก่ประชาชน
และพร้อมที่จะให้ท่านแคปหน้าจอไปใช้ได้
แต่กรุณาให้เครดิตว่ามาจากเว็บ Thai Law Consult
มิฉะนั้น ท่านอาจจะมีความผิดฐานละเมิดงาน "วรรณกรรม" อันมีลิขสิทธิ์ได้
|
|
|
|
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna...
(และ 2 ฎีกาที่ทนายต้องรู้)
.
เอกสารที่ทนายจำเลยใช้ประกอบการซักค้านพยาน โจทก์ และพยานโจทก์ยอมรับแล้ว จำเลยมีสิทธิส่งเอกสารนั้นประกอบคำพยานโจทก์ได้ ไม่ใช่การนำพยานเข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง (คำพิพากษาฎีกาที่ 904/2522)
.
ตอนเป็นทนายความใหม่ ๆ ทนายทุกคนอยากเรียนรู้ อยากทำคดีให้เก่ง ๆ และ ทนายความรุ่นพี่มักตั้งคำถามให้ตอบอยู่เสมอว่า
1. ข้อแตกต่างของการไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ กับ ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง
2. ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยไม่มีสิทธินำพยานมาสืบ แล้วจำเลยมีสิทธิอะไรบ้าง
3. พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คู่ความอ้างเป็นพยานหลักฐานในชั้นพิจารณาได้หรือไม่
พี่ตุ๊กตา ทนายณุมาพร พัฒนพงศธร น.บ.ท. 64 แห่ง Thai Law Consult (TLC) จึงนำเรื่องนี้มาแนะนำทนายใหม่ ในวันที่ 20-21/3/2556 หลังจากกลับจากว่าความที่ศาลแขวงปทุมวัน
(A) ข้อแตกต่างของการไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ กับ คดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
| คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ | คดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ |
|
จำเลยต้องมาศาลในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง (มาตรา 165 วรรค 1) การไต่สวนมูลฟ้องจึงต้องกระทำต่อหน้าจำเลย
|
จำเลยไม่จำต้องมาศาลในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง (มาตรา 165 วรรค 3) การไต่สวนมูลฟ้องจึงทำลับหลังจำเลยได้
|
|
ศาลต้องอ่านฟ้องและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามคำให้การจำเลย (มาตรา 165 วรรค 1)
|
แม้จำเลยจะมาฟัง การไต่สวนมูลฟ้อง ศาลไม่ต้องอ่านฟ้องและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และห้ามมิให้ถามคำให้การจำเลยอีกด้วย (มาตรา 165 วรรค 3)
|
|
แม้ศาลยังไม่ประทับฟ้อง จำเลยก็มีฐานะเป็นจำเลยแล้ว (มาตรา 2(3))
|
ก่อนที่ศาลจะประทับฟ้อง จำเลยยังไม่มีฐานะเป็นจำเลย (มาตรา 165 วรรค 3)
|
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 904/2522
ป.วิ.อ. มาตรา 165 วรรคสอง
เอกสารที่ทนายจำเลยส่งศาลเพื่อ ประกอบการซักค้านพยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความของพยานโจทก์ที่ตอบคำซักค้านของทนาย จำเลยเมื่อการซักค้านนั้นพาดพิงไปถึงพยานเอกสารใดซึ่งพยานได้ตรวจดูและให้ การยอมรับแล้ว ทนายจำเลยย่อมส่งเอกสารนั้นเข้าประกอบถ้อยคำของพยานโจทก์ได้หาใช่เป็นเรื่อง จำเลยนำพยานเข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องอันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคสองไม่ศาลจึงรับฟังเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ได้
________________________________
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันกระทำผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350, 83
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ และเอกสาร ล.1, ล.2 ที่ทนายจำเลยส่ง รับฟังเป็นพยานหลักฐานชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้หรือไม่
ปัญหาที่ว่าเอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 รับฟังเป็นพยานหลักฐานชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้หรือไม่นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่ทนายจำเลยส่งศาลเพื่อประกอบ การซักค้านพยานโจทก์ ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความของพยานโจทก์ที่ตอบคำถามค้านของทนาย จำเลย ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ทนายจำเลยมีสิทธิซักค้านพยานโจทก์และเมื่อการซักค้านนั้นพาดพิงไปถึงพยาน เอกสารใดซึ่งพยานได้ตรวจดูและให้การยอมรับแล้วทนายจำเลยย่อมส่งเอกสารนั้น เข้าประกอบถ้อยคำของพยานโจทก์ได้ หาใช่เป็นเรื่องจำเลยนำพยานเข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องอันเป็นการต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคสอง ดังโจทก์อ้างไม่ เอกสารหมาย ล.1 และ ล.2 จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
( จันทร์ ระรวยทรง - สุวัฒน์ รัตรสาร - สุไพศาล วิบุลศิลป์ )
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2536
ป.วิ.อ. มาตรา 162, 176, 185
ศาลมีอำนาจพิจารณาพยานหลักฐานที่ ปรากฏอยู่ในสำนวนทั้งหมดการที่ศาลชั้นต้นสั่งคดีมีมูลแทนที่จะสั่งยกฟ้อง โจทก์เสียในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็เป็นเพียงแต่ให้รับคำฟ้องไว้ดำเนินกระบวน พิจารณาต่อไปเท่านั้น แต่ในชั้นพิจารณาเมื่อปรากฏจากพยานหลักฐานชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดดังโจทก์ฟ้อง ศาลก็มีอำนาจยกฟ้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185
________________________________
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365และมาตรา 83
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(3) ประกอบด้วยมาตรา 362, 83 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 6 เดือน
จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลอุทธรณ์นำเอาข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมาวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ได้ หรือไม่ พิเคราะห์แล้วแม้คดีนี้เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 176 ก็ตามย่อมหมายความแต่เพียงการพิพากษามิใช่ต้องพิพากษาลงโทษจำเลยดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนให้ศาลเห็นว่า จำเลยมิได้กระทำผิดดังที่จำเลยให้การรับสารภาพศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องจะ พิพากษาลงโทษจำเลยตามคำรับสารภาพที่ไม่ต้องด้วยความจริงนั้นหาได้ไม่ ในคดีอาญาศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่ไต่สวนมูลฟ้องก็ได้ หากพิจารณาเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดหรือไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องก็ได้ แสดงว่าศาลมีอำนาจพิจารณาพยานหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในสำนวนทั้งหมด การที่ศาลชั้นต้นสั่งคดีมีมูลแทนที่จะสั่งยกฟ้อง โจทก์เสียในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ก็เป็นเพียงแต่ให้รับคำฟ้องไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเท่านั้นแต่ในชั้น พิจารณาเมื่อปรากฏจากพยานหลักฐานชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่าการกระทำของจำเลยไม่ เป็นความผิดดังโจทก์ฟ้อง ศาลก็มีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจนำเอาข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมา วินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ได้
พิพากษายืน
( สุวรรณ ตระการพันธุ์ - ไมตรี กลั่นนุรักษ์ - สุรินทร์ นาควิเชียร )
(ฎีกาเหล่านี้ทีมทนายความ Thai Law Consult นำมาจากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา 23-4-56)