Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna...
เว็บ TLC เผยแพร่บทความเพื่อเป็นความรู้แก่ประชาชน
และพร้อมที่จะให้ท่านแคปหน้าจอไปใช้ได้
แต่กรุณาให้เครดิตว่ามาจากเว็บ Thai Law Consult
มิฉะนั้น ท่านอาจจะมีความผิดฐานละเมิดงาน "วรรณกรรม" อันมีลิขสิทธิ์ได้
|
|
|
|
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna...
ทนายณุมาพร พัฒนพงศธร น.บ.ท.64 ผู้เรียบเรียง
เรื่องที่ 41 ผลของการค้น จับ ไม่ชอบ
ผลของการค้น จับ ไม่ชอบ เกิดสิทธิป้องกัน และสิทธิฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญา พี่ตุ๊กตาขอนำข้อเขียนจากหนังสือ คดียาเสพติด ของอาจารย์สุจิต ปัญญาพฤกษ์ หน้า 22 - 23 มาลงไว้ดังนี้
1. ผู้ที่ถูกจับกระทำการโต้ตอบการจับโดยอ้างป้องกันตาม ป.อ. มาตรา 68 ได้ โดยผู้ที่ถูกจับต่อสู้ขัดขวางไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ตาม ป.อ. มาตรา 138 และผู้จับมีความผิด ตาม ป.อ. ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง ตาม ป.อ. มาตรา 310 และผู้จับอาจมีความผิด ตาม ป.อ. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้จับตามมาตรา 157 ป.อ. ได้ และผู้จับต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในการกระทำละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420
2. หากมีการควบคุมผู้ถูกจับ แม้ผู้ถูกจับหลบหนีจากการควบคุมตัวก็ไม่มีความผิดฐานหลบหนีที่คุมขับ และทำให้การคุมขังต่อเนื่องจากการจับนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามไปด้วย ผู้ถูกคุมขังมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญและตาม ป.วิ.อ. มาตรา 90 ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ปล่อยตัวได้
3. พยานหลักฐานที่ได้จากการค้นที่ไม่ชอบ มีน้ำหนักน้อย (พิจารณาตาม ป.วิ.อ. 226 และ 226/1)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4827/2550
ป.วิ.อ. มาตรา 90
สิทธิของผู้ถูกคุมขังในการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการควบคุมหรือ ขังโดยผิดกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 90 นั้น มีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ผู้ถูกคุมขังยังถูกควบคุมหรือขังไว้โดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายเท่านั้น ตามคำร้องปรากฏว่าภายหลังจากผู้ร้องถูกควบคุมตัว พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวผู้ร้องชั่วคราวไปแล้ว โดยให้ผู้ร้องทำสัญญาประกันไว้ กรณีจึงไม่มีการควบคุมตัวผู้ร้องในขณะยื่นคำร้องแล้ว ผู้ร้องจึงไม่อาจร้องขอตามมาตรา 90 ได้ หากการจับไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะดำเนินคดีแก่เจ้าพนักงาน ตำรวจที่จับผู้ร้องด้วยการร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานหรือฟ้องคดีต่อศาลตาม กฎหมายเรื่องนั้น ๆ ต่อไป
ทรัพย์สินซึ่งผู้ร้องกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานตำรวจยึดไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายและขอให้ศาลมีคำ สั่งให้เจ้าพนักงานตำรวจคืนแก่ผู้ร้องนั้น ก็มิใช่กรณีที่จะยื่นคำขอมาพร้อมกับคำร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 90 เช่นกัน ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องเป็นคดีนี้
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2550)
________________________________
คดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 ร้อยตำรวจโทไตรรัตน์ กับพวก ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน จับกุมนางรุ่งทิวา ผู้ร้อง ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และยึดเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์จำนวน 8 ชุด และต่อมาพันตำรวจโทสุรวุฒิ พนักงานสอบสวน ได้ควบคุมตัวผู้ร้องไว้ทำการสอบสวน
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับผู้ร้องโดยไม่มีหมายจับโดยอ้างว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายเพื่อยอมความ 150,000 บาท และยอมลดลงเหลือ 30,000 บาท ผู้ร้องไม่ยอมชำระจึงถูกควบคุม แต่ผู้ร้องได้ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวน ขณะผู้ร้องถูกจับยังไม่มีผู้ใดเล่นเกมของผู้เสียหาย จึงมิใช่ความผิดซึ่งหน้าที่จะจับโดยมิต้องขอหมายจับจากศาล การจับไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจควบคุมและยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลาง ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยผู้ร้องและมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนคืนเครื่อง คอมพิวเตอร์ของกลางแก่ผู้ร้อง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยผู้ร้องจากการควบคุมของ เจ้าพนักงานตำรวจและปล่อยทรัพย์ของกลางที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 90 หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า สิทธิของผู้ถูกคุมขังในการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยตัวจากการควบคุมหรือ ขังโดยผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 นั้น มีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่ผู้ถูกคุมขังยังถูกควบคุมหรือขังไว้โดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายเท่านั้น ตามคำร้องปรากฏว่าภายหลังจากผู้ร้องถูกควบคุมตัว พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวผู้ร้องชั่วคราวไปแล้ว โดยให้ผู้ร้องทำสัญญาประกันไว้ กรณีจึงไม่มีการควบคุมตัวผู้ร้องในขณะยื่นคำร้องแล้ว ผู้ร้องจึงไม่อาจจะร้องขอตามมาตรา 90 ได้อีกต่อไป หากการจับเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะดำเนินคดีแก่ เจ้าพนักงานตำรวจที่จับผู้ร้อง ด้วยการร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานหรือฟ้องคดีต่อศาลด้วยตนเองตามขั้นตอนของบท บัญญัติแห่งกฎหมายเรื่องนั้น ๆ ต่อไป สำหรับทรัพย์สินซึ่งผู้ร้องกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานตำรวจยึดไปโดยมิชอบด้วย กฎหมายและขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานตำรวจคืนแก่ผู้ร้องนั้น ก็มิใช่ กรณีที่จะยื่นคำขอมาพร้อมกับคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ได้เช่นกัน ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
( ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม - สุวัฒน์ วรรธนะหทัย - เกรียงชัย จึงจตุรพิธ )
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายธัชพงศ์ วิสุทธิสังวร
ข้อเท็จจริง