Blog categories

Latest posts

ทนายพงศ์รัตน์ รัตนพงศ์ น.บ.ท.64 ผู้เรียบเรียง

.

ข้อมูลคดีขับรถชนคนตายของคนดังและดารานักแสดง

คำแนะนำ ทางออก คดีขับรถชนคนตายจากจิตอาสาผู้ชำนาญด้านกฎหมายที่น่าสนใจ

.

               คดีขับรถชนคน เป็นเรื่องที่สร้างความทุกข์ใจให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เมื่อทีมงาน Thai Law Consult หาข้อมูลใน Internet พบคำแนะนำน่าสนใจ จึงขออนุญาตท่านที่เป็นเจ้าของข้อมูล ขอนำข้อแนะนำของท่าน จากข้อเขียนหรือบทความ มาเผยแพร่ต่อใน Thai Law Consult เพื่อประโยชน์ในการศึกษากฎหมายของประชาชน ทาง Thai Law Consult ไม่มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าหรือหากำไรของท่านแต่อย่างใด ถ้าจิตอาสาท่านใดที่เป็นเจ้าของข้อมูล/คำแนะนำนี้ ไม่อยากให้เราเผยแพร่ต่อไป โปรดแจ้งให้เราทราบด้วยนะครับ

  1. นำมาจากกระทู้ใน pantip.com " ขับรถชนคนตาย ทำอย่างไรดี ถ้ามีประกันภัย "
  2. นำมาจากกระทู้ " 10ปี 9คดี ไฮโซ ซิ่งชน แค่รอลงอาญา "

Thai Law Consult ได้นำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อ และทำ Link ไว้ข้างล่างนี้แล้วครับ

 

1.  ขับรถชนคนตาย ทำอย่างไรดี ถ้ามีประกันภัย

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 " ผู้ใดกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท "

จากบทกำหนดโทษตามมาตรานี้ ที่ ทำให้คนขับรถที่ชนคนมักหลบหนีเนื่องจากเกรงว่าจะถูกลงโทษตามที่กำหนด  ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องด้วยการกระทำโดยประมาท คือการกระทำที่ขาดความระมัดระวัง หรือ ระวังแล้ว แต่ไม่เพียงพอตามวิญญูชนพึงถือปฏิบัติซึ่งไม่ใช่เจตนา ซึ่งหมายถึงการกระทำที่ผู้กระทำได้เล็งเห็นผลที่ชัดเจนอยู่แล้ว  ดังนั้น เมื่อเป็นเรื่องการประมาท ศาลมักจะให้โอกาสกับผู้กระทำการโดยประมาทได้มีการปรับปรุงตน ซึ่งทั่วไปแล้ว โทษจำคุกมักจะรอลงอาญา  เว้นแต่บุคคลนั้นเคยกระทำความผิดเช่นว่านั้น หรือเคยรอลงอาญามาก่อนแล้วยังมากระทำความผิดซ้ำอีก  เช่นนี้ศาลจะพิจารณาลงโทษเลยและไม่เพียงแต่ลงโทษในคดีความใหม่เท่านั้นแต่ จะรวมเอาโทษที่รอลงอาญาอยู่ก่อนนั้นมาลงโทษด้วยทันที  การที่ศาลจะรอลงอาญากับผู้กระทำผิดหรือกระทำการโดยประมาทนั้นจะต้องมี พฤติกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบและรู้สำนึกเป็นเบื้องต้นก่อน

 ดังนั้นในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุหรือชนคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจึงแนะนำว่า

1.ผู้ขับขี่ต้องอย่าหลบหนี เพราะการหลบหนีนั้นเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงการขาดความรับผิดชอบ และ ขาดไร้ซึ่งคุณธรรม 
 ถ้าผู้ขับขี่หลบหนีหรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด และตำรวจมีอำนาจยึดรถที่ขับไว้จนกว่าจะได้ตัวผู้ขับขี่หรือจนกว่าคดีจะถึง ที่สุด

2.ต้องแสดงความรับผิดชอบ การมีน้ำใจเช่นการให้ความช่วยเหลือ  การบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น
 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ คนขับรถ มักไม่ค่อยเห็นประโยชน์ ของการช่วยเหลือเหล่านี้ ความจริงเมื่อเราขับรถชน คนตาย บาดเจ็บ หรือการขับรถโดยประมาทนั้น เรามีความผิดทั้งทางกฎหมายแพ่ง และอาญา

ทางอาญา เราอาจจะต้องรับโทษติดคุกติดตะราง

ทางแพ่ง เราจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค่าบาดเจ็บ ค่าทำศพให้กับเขาอีก คือติดคุกแล้วยังจะต้องเสียเงินให้กับ ฝ่ายคนเจ็บ คนตายเขาอีก ทีนี้ถ้าหากเราช่วยเหลือคนเจ็บ หรือใช้ค่าทำศพคนตายแล้ว มีผลดียังไง ตอบได้ว่า มีผลดีมาก ยกตัวอย่าง เช่น 
- เราขับรถชนคนบาดเจ็บไปโรงพยาบาล ต่อมาอัยการฟ้องเราต่อศาล เราก็แถลงต่อศาลว่าเราช่วยเหลือคนเจ็บ ส่งโรงพยาบาล ส่วนมาก ศาลจะเห็นว่า เราเป็นคนดีมีน้ำใจ ศาลก็อาจจะรออาญาให้เราโดยไม่จำคุกเรา แต่ถ้าเราชนแล้วหนี ส่วนมาก ศาลมักจะจำคุกเราเลย เพราะเห็นว่าเราเป็นคนแล้งน้ำใจ 
- การตกลงใช้ค่าเสียหายให้คนเจ็บก็มีประโยชน์มากยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราไม่พยายามตกลงใช้ค่าเสียหายให้กับคนเจ็บ ตำรวจเขาจะมีระเบียบไว้ว่า ไม่ให้คืนรถของกลางให้แก่ผู้ต้องหา จนกว่า ผู้ต้องหา จะพยายาม ตกลงกับฝ่ายผู้เสียหาย และถ้าหาก เราชดใช้ค่าเสียหาย จ่ายค่าทำศพให้เขา คดีแพ่งก็ระงับ เพราะถือว่า ยอมความคดีแพ่งกันแล้ว จะฟ้องเรียกค่าเสียหายเราในทางแพ่งไม่ได้อีกแล้ว และถ้าเราถูกฟ้อง คดีอาญาต่อศาล ผู้เสียหาย จะมาแถลงต่อศาลว่า เราได้ชดใช้ค่าเสียหายให้เขาแล้ว ส่วนมากแล้ว ศาลจะปรานีจำเลย โดยตัดสินให้รออาญาแก่จำเลย เห็นหรือยังว่า การช่วยเหลือคนเจ็บ และการมีน้ำใจนั้นดีอย่างไร

3. ยอมรับผิดด้วยรู้สำนึกต่อการกระทำที่เกิดขึ้นและให้ความร่วมมือในการสอบสวนคดีของตำรวจ

4.ผู้ขับขี่ต้องแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นนั้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ที่ เกิดเหตุนั้นและแสดงตนหรือมอบตัวต่อเจ้าพนักงานสอบสวน

5.ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามสมควรแก่กรณีให้กับผู้เสียหาย (ผู้เสียหายในที่นี้อาจจะหมายถึง ภรรยา บุตร หรือ ญาติของผู้เสียชีวิต )  และหากรถยนต์คันที่เกิดเหตุมีประกันภัยเอาไว้ก็ต้องแจ้งเหตุที่เกิดขึ้น นั้นให้บริษัทประกันภัยรับทราบทันที  ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก เพราะว่าเมื่อบริษัทประกันภัยได้รับแจ้งเหตุจากคนขับ  ทางบริษัทประกันภัยก็จะส่งพนักงานเคลมออกมาให้บริการกับผู้ขับขี่และให้คำ แนะนำที่ถูกต้องพร้อมทำแผนที่เกิดเหตุไว้พร้อมมูลเพื่อเอาไว้ต่อสู้คดี  (ในการชดใช้ค่าเสียหาย  ถ้าหากรถคันที่เกิดเหตุมีประกันภัยเอาไว้ ประกันภัย ไม่ว่าจะเป็น ประเภท 1 2 3  หรือ ประเภท5 ( 2+ ,3+ ) ก็จะมีความคุ้มครองต่อชีวิตบุคคลภายนอกเอาไว้ด้วย ซึ่งความคุ้มครองในส่วนนี้เองที่จะไปชดใช้ค่าเสียหายต่อชีวิต ที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลที่เกินจาก  พรบ.  ค่าขาดไร้อุปการะ เป็นต้น )

**** อย่าลืม  ถ้ามีกล้องถ่ายรูปหรือหากล้องถ่ายรูปใกล้ที่เกิดเหตุได้ต้องรีบถ่ายรูปรถ และที่เกิดเหตุไว้ให้พร้อม
เพื่อจะได้เก็บไว้เป็นหลักฐานการต่อสู้คดีต่อไป และหากมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งหรือมูลนิธิร่วมกตัญญูถ่ายภาพศพหรือ ที่เกิดเหตุไว้ ก็ให้ติดต่อขอภาพที่ถ่ายเก็บไว้ให้ได้ เพราะจะเป็นประโยชน์แก่รูปคดีในภายหลัง *****

ในชั้นพนักงานสอบสวนก็จะทำการสืบสวน-สอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ขับขี่ที่ประมาท โดยเมือแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว คดีนั้นมีผู้เสียชีวิต พนักงานสอบสวนก็จะทำการควบคุมตัวผู้ต้องหา  ตรงนี้แหละครับที่บริษัทประกันภัยจะเข้ามาให้การช่วยเหลือผู้ขับขี่ด้วยการ นำหลักทรัพย์มาประกันตัวให้กับผู้ขับขี่ หากกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนั้นมีการซื้อ ประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญาเอาไว้  ( ซึ่งปกติ จะมีอยู่ในกรมธรรมภาคสมัครใจแทบทุกฉบับครับ แต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น โดยปกติ จะอยู่ที่ 200,000  , 300,000  แต่ก็มีบางกรมธรรม์ ที่ประกันตัวผู้ขับขี่ เป็น 100,000 เช่น สินมั่นคง เรทตามไมล์ ครับ    )  แต่ถ้ากรมธรรม์ประกันภัยไม่ได้ซื้อความคุ้มครองในส่วนประกันตัวผู้ขับขี่ เอาไว้ หรือ ซื้อไว้ แต่ไม่พอ ก็เป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่เองที่ต้องหาหลักทรัพย์มาประกันตัวออกไป  ตรงนี้เรียกว่า การประกันตัวชั้นพนักงานสอบสวน  โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้กำหนดว่า หลักทรัพย์ที่จะต้องนำมาประกันตัวนั้นจะต้องมีมูลค่าเท่าไร ( โดยปกติจะกำหนดอยู่ที่ ถ้าเป็นรถส่วนบุคคล 150,000 บาท  รถรับจ้าง  200,000-250,000 บาท ครับ )  จากนั้นเมื่อมีการประกันตัวในชั้นนี้แล้ว ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี  จะทำการสรุปสำนวนรายงานการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งจะมีการกำหนดระยะเวลาเอาไว้ประมาณ 90 วัน เมื่อ สืบสวน-สอบสวนเรียบร้อยแล้วก็จะนำเสนอรายงานการสอบสวนส่งให้กับผู้กำกับการ เพื่อขอความเห็นชอบเป็นคำสั่งตามความเห็นของพนักงานสอบสวน ซึ่งจะมีการสรุป ออกเป็น สาม แนวทางคือ 1. งดการสอบสวน   2. สั่งไม่ฟ้อง   3. สั่งฟ้อง  จากนั้นก็จะมีการส่งสำนวนการสอบสวนดังกล่าวไปยังอัยการ

 สำหรับในชั้นอัยการนั้น เมื่อพนักงานสอบสวนจะมีการส่งไปยังอัยการ ก็จะมีการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบ  ตรงนี้เมื่อผู้ถูกกล่าวหารับทราบถึงการนัดส่งอัยการ ก็ต้องแจ้งให้ทางบริษัทประกันภัยทราบเพื่อให้บริษัทประกันภัยจะได้จัดเตรียม หลักทรัพย์เพื่อการประกันตัวในชั้นอัยการอีกชั้นหนึ่ง  ซึ่งอัยการก็จะมีหน้าที่ในการตรวจสอบสำนวนรายงานการสอบสวนว่ามีความสมบูรณ์ หรือไม่อย่างไร โดยอัยการอาจมีการส่งสำนวนกลับคืนให้ทางตำรวจทำการสืบสวน-สอบสวนเพิ่มเติม ได้  หรือเมื่อหากสำนวนรายงานการสอบสวนครบสมบูรณ์แล้ว อัยการก็จะมีความเห็นในสองแนวทางคือ
เห็นควรตามรายงานการสอบสวน  หรือ มีความเห็นตรงกันข้ามกับพนักงานสอบสวนก็อาจจะเป็นไปได้  เช่น พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา  แต่อัยการอาจจะมีความเห็นเป็นเด็ดขาดว่า สั่งไม่ฟ้อง ก็สามารถกระทำได้  ซึ่งหากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็จะมีการส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนสั่งฟ้องไปยังศาลต่อไป

 เมือไปถึงชั้นศาล  ในชั้นนี้ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่บริษัทประกันภัยจะต้องมีการเตรียมหลัก ทรัพย์มาประกันตัวในชั้นศาลให้กับผู้ขับขี่และจะมีการแต่งตั้งทนายความเข้า มาเพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางศาล

   จะเห็นได้ว่า ระบบประกันภัยจะเข้ามาให้ความคุ้มครองและดูแลให้กับผู้ขับขี่  เพราะฉะนั้นไม่ต้องหลบหนี หากรถคุณมีประกันภัย

เครดิต http://topicstock.pantip.com

 

2.  " 10ปี 9คดี ไฮโซ ซิ่งชน แค่รอลงอาญา ? "  โดย...สุภชาติ เล็บนาค

ย้อนรอยไปดูในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา พบว่า มีคดีดารา ไฮโซก่อเหตุขับรถจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บถึง 9 คดี และแทบทุกคดีล้วนจบลงที่โทษรอลงอาญา


15 พ.ย. 2545 “โดม”-ปกรณ์ ลัม ขับ เบนซ์ ซีแอลเค 230 พุ่งชนรถยนต์แท็กซี่อัดก๊อบปี้เสาสัญญาณไฟใกล้กับแยกตึกชัย ท้องที่ สน.พญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ในแท็กซี่มีคนติดอยู่ในรถ 5 คน เสียชีวิต 2 ราย และคนขับแท็กซี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส พบแอลกอฮอล์ในเลือดของโดมปริมาณ 164 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดที่ห้ามให้ไม่เกิน50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์


พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่นักร้องหนุ่ม 4 ข้อหา 1. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่นเสียหายมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2.ขับรถโดย ประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่นทำให้มีผู้ถึงแก่ความตาย 3.ขับรถฝ่าฝืนเครื่อง หมายสัญญาณจราจร และ 4.ขับรถขณะมึนเมาสุรา โดยโดมได้รับการประกันตัวในวงเงิน 3แสนบาท ต่อมาศาลได้พิพากษาให้จำคุก 4 ปี และปรับ 1.6 หมื่นบาท รวมโทษปรับเป็นเงิน 3 หมื่นบาท


จำเลยรับสารภาพและชดใช้เงินจนเป็นที่พอใจ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ปรับ 1.5 หมื่นบาท อย่างไรก็ตาม จำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน มีอาชีพที่ดี สามารถรับใช้และทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ มีโอกาสกลับตัว โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และ คุมประพฤติ 1 ปี ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติทุก 6 เดือน พร้อมทั้งห้ามจำเลยขับรถยนต์ทุกชนิดขณะเมาสุราและให้บริการสังคมเป็น เวลา 20 ชั่วโมง


5 เม.ย.2547 “แอนนิต้า”-นิษิตา พงศ์ทรง นัก ร้องค่ายแกรมมี่ ขับรถยนต์ชนประทานพร บุญปิตานนท์ ซึ่งกำลังอุ้ม โรส ลูกสาววัย 1 ขวบ 2เดือนข้ามถนน พร้อมทั้งหทัยรัตน์ จันทร์ศิริ ซึ่งเดินมาด้วยกัน ทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกส่งห้องไอซียู ต่อมาประทานพรเสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุแอนนิต้าได้หายตัวไป ก่อนจะออกมาแถลงยอมรับในภายหลัง


คดีนี้แอนนิต้ายินยอมชดใช้ค่าเสียหายในคดีแพ่ง 8 แสน บาท ส่วนความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตายนั้น ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี รอลงอาญา 2 ปี


4 ก.ค.2550 “หมูแฮม”-กัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ ได้ ใช้ก้อนหินทุบใบหน้าสถาพร อรุณศิริ พนักงานขับรถโดยสาร สาย 513 และขับรถเบนซ์ พุ่งชนผู้โดยสารที่ยืนบนทางเท้า รวมถึงสายชล หลวงแสง พนักงานเก็บเงินรถเมล์สายดังกล่าวเสียชีวิต หลังไม่พอใจที่รถเมล์ขับปาดหน้าให้หยุดบริเวณปากซอยสุขุมวิท 26


ญาติอ้างว่า กัณฑ์พิทักษ์มีสติฟั่นเฟือน ต้องได้รับการรักษา แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่น่าเชื่อว่ามีสติฟั่นเฟือน และมีอาการเกร็งขณะเกิดเหตุ จึงถือว่ากระทำผิดตามฟ้อง เมื่อเดือนม.ค.2552 ศาลจึงตัดสินให้จำคุกหมูแฮม 15 ปี 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่จำเลยรับสารภาพและให้การเป็นประโยชน์ จึงเห็นควรลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือจำคุก 10 ปี 1 เดือน


นอกจากนั้น ให้ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นเงิน 8แสนบาท และ 1 แสนบาท ตามลำดับ และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท แต่กัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์ และสาวิณี ปะการะนัง พ่อแม่ของหมูแฮมได้วางประกัน 5 ล้านบาท ระหว่างยื่นอุทธรณ์คดี


21 มิ.ย.2550 “หนุ่ม”- ศรราม เทพพิทักษ์ นัก แสดงชื่อดัง ได้ขับรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ พุ่งชนพิศเพลิน ตะโกมา อาชีพรับซื้อของเก่าบริเวณริมทางเท้าเสียชีวิต คดีนี้ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท จำเลยให้การสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท เนื่องจากจำเลยประกอบอาชีพสุจริต มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และแสดงความรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่พอใจ และต้องเลี้ยงดูมารดาที่ไม่มีอาชีพ โทษจำคุกจึงรอลงอาญา2 ปี ให้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม 48 ชั่วโมง


25 พ.ย.2552 “บีม”- ศรัณยู ประชากริช อายุ 27 ปี พิธีกรรายการสีสันบันเทิงสดทางช่อง 3  นักแสดงละครเรื่องเสน่หาเงินตรา และดีเจคลื่นเวอรจิ้น ฮิตซ์ ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำคาดขาว ก่อเหตุขับชนแล้วหนี ค้นในรถพบอาวุธปืน ขนาด.22 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก มีดสปาต้า 1 เล่ม กุญแจมือ วิทยุมือถือตำรวจ เครื่องช็อตไฟฟ้า 


ทั้งนี้รถคันนี้ยังตกแต่งเลียนแบบรถตำรวจ ติดสติกเกอร์ประตูด้านหน้าทั้งสองข้างมีข้อความว่า “สำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ” พร้อมเครื่องหมายตราสัญลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประตูด้านหลังสองข้างติดสติกเกอร์เป็นภาษาอังกฤษว่า ROYAL THAIPOLICE โดยบีมได้ยื่นหลักทรัพย์เงินสด 1แสนบาท ประกันตัวไป


ต่อมาความผิดฐานมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 8 เดือน ปรับ 4,000 บาท ฐานพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร จำคุก 6 เดือน ปรับ 2,000บาท รวมจำคุก 14 เดือน ปรับ 6,000 บาท คำให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 7 เดือน ปรับ 3,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 1 ปี


25 มี.ค.2554 พีรพล ทักษิณทวีทรัพย์ นัก ศึกษาวัย 19 ปี ทายาทนักธุรกิจชื่อดัง ได้ขับรถยนต์ปอร์เช่ป้ายแดง พุ่งชน คำใบ อินทิลาด ชาวลาว วัย 17 ปี จนร่างขาด 2 ท่อน อย่างไรก็ตามเจริญ  ทักษิณทวีทรัพย์ อาของพีรพล ได้ตกลงจ่ายเงินชดเชยให้มารดาของคำใบ 5หมื่นบาท พร้อมเงินสินไหมทดแทน 2 แสนบาท และเงินช่วยเหลืออีกจำนวนหนึ่ง มารดาคำใบจึงไม่ได้ติดใจเอาความ


27 ธ.ค.2553 “นักศึกษาสาว วัย 17 ปี” ขับ รถยนต์ซีวิคพุ่งชนรถตู้โดยสารบนทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ ด้วยนักศึกษารายนี้นามสกุล “เทพหัสดิน ณ อยุธยา” จึงถูกสังคมตั้งคำถามเรื่องอิทธิพลในการวิ่งเต้นคดี โดยเวลาการพิจารณาคดียุติเมื่อ 31 ส.ค.2555 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พิพากษาจำเลยฐานความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายต่อร่างกายบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์


ทั้งนี้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานขับรถประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหายเป็นเวลา 3 ปี คำให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี คุม ประพฤติจำเลย 3 ปี และให้รายงานตัวทุกๆ3 เดือน ให้ทำงานบริการสังคมโดยการดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุเป็นเวลา 48ช.ม. และห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ส่วนความผิดฐานใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ศาลยกฟ้อง


นอกจากนี้ญาติผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งฐานละเมิดเรียกค่าเสียหายรวม 120 ล้านบาท


27 เม.ย.2555 ไทฟ้า ชยวรประภา นัก ธุรกิจเจ้าของเครือบั๊ดดี้กรุ๊ป ขับรถยนต์ปอร์เช่ พุ่งชนรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ของ พ.ต.ศักดิภัทร ปทุมารักษ์ บุตรชาชาญชัย ปทุมารักษ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย บนดอนเมืองโทลล์เวย์ เสียชีวิตทั้งคู่


3 ก.ย.2555 “บอส” วรายุทธ อยู่วิทยา ลูก ชายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของกระทิงแดง ขับเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป. สน.ทองหล่อ เสียชีวิตคาที่ช่วงเวลา 05.30 น.  บริเวณซอยสุขุมวิท 47 ผ่านไป 1 วัน พล.ต.ท.คำรณวิทญ์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวว่า คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน คดีจบแล้วเพราะผู้ต้องหาตัวจริงรับสารภาพ


ก่อนที่ ผบช.น.จะพูดจาหนักแน่นเช่นนี้ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ได้นำ “สุเวศ หอมอุบล” พ่อบ้านของตระกูลอยู่วิทยาเข้ามอบตัวแทน “บอส” ที่ สน.ทองหล่อ ทั้งที่ ด.ต.วิเชียร ที่เสียชีวิตคือลูกน้องของพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ทั้งนี้เพราะ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณคือตำรวจที่เข้านอกออกในบ้านอยู่วิทยา อาคารหรู 6 ชั้นในซอยสุขุมวิท 53 นั่นเอง (โพสต์ทูเดย์ 5 กันยายน 2555)

 

เครดิต http://www.tdw.polsci.chula.ac.th